สุดสะพรึง! นิวซีแลนด์เจอปรากฎการณ์หายาก “ฟ้าผ่า” กว่า 100,000 ครั้งในรอบสัปดาห์เกิดพายุ สเปน-ทางใต้ฝรั่งเศสโดนฮีทเวฟระลอก 2

 

เอเจนซีส์ – นิวซีแลนด์เจอปรากฎการณ์ที่หายากเกิดปรากฎการณ์ฟ้าผ่าทั่วประเทศทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้นับได้ 111,621 ครั้งระหว่างวันที่ 6 มิ.ย-วันที่ 11มิ.ย ชาวกรุงเวลลิงตันสุดแตกตื่นเจอฟ้าผ่าทุกวันตลอดทั้ง 7 วันที่ผ่านมา ขณะที่สเปนและทางตอนใต้ของฝรั่งเศสพบกับคลื่นความร้อนระลอก 2 ผู้เชี่ยวชาญชี้เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติในปีนี้

เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันนี้(13 มิ.ย)ว่า แนวปะทะอากาศเย็น หรือ cold front สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินในนิวซีแลนด์ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและพายุทอร์นาโดรวมไปถึงเกิดหิมะตกครั้งใหญ่ที่สกีรีสอร์ท แต่ไม่เท่ากับการเกิดปรากฎการณ์ฟ้าผ่าทั่วประเทศกว่า 100,000 ครั้ง

ปรากฎการณ์สุดประหลาดทางสภาพอากาศนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 6 มิ.ย-วันที่ 11มิ.ยที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานอุตุนิยมวิทยานิวซีแลนด์ เมตเซอร์วิส( Metservice)ได้เปิดเผยว่าในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถนับการเกิดฟ้าผ่าทั่วนิวซีแลนด์และน่านน้ำใกล้เคียงได้ถึง 111,621 ครั้ง

ชาวกรุงเวลลิงตันต่างเป็นประจักษ์พยานในเรื่องนี้ได้อย่างดีเพราะตลอดทั้ง 7 วันที่ผ่านมาพวกเขาต้องตื่นมาเจอฟ้าผ่าทุกวันอย่างน่าสุดสะพรึงพร้อมไปกับการเกิดระหว่างพายุลูกเห็บและลมกระโชกแรงจัดในช่วงเวลาสั้นๆ

ทั้งนี้พบว่าแนวปะทะอากาศเย็นจากมหาสมุทรทางใต้และข้ามทะเลทัสมาเนียได้นำสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจมายังนิวซีแลนด์เป็นเวลาไม่กี่วัน

หนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงมากที่สุดจากพายุคือเมือง Waikanae ซึ่งเป็นเมืองที่ห่างจากกรุงเวลลิงตันไปทางเหนือราว 50 กิโลเมตรโดยมีรายงานว่าเกิดพายุทอร์นาโด 2 ลูกในคืนวันจันทร์(13)

หลุยส์ เบอร์แมนส์(Louise Buurmans) วัย 91 ปีเป็นหนึ่งในผู้ที่โชคร้ายหลังเพดานบ้านได้รับความเสียหายจากพายุ เธอให้สัมภาษณ์กับ TVNZ ว่า ประสบการณ์ที่เจอมันช่างเลวร้ายมาก

ขณะที่ชาวออกแลนด์ต้องพบกับฝนและลมอย่างหนักในวันจันทร์(13)ส่วนสะพานออกแลนด์ฮาร์เบอร์ (Auckland harbour bridge)ปิดเป็นระยะๆเนื่องมาจากการพัดเข้ามาของลมกระโชกที่มีความแรงของลมสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนที่เมืองเกรย์มัธ( Greymouth )บนเกาะใต้พบกับน้ำท่วมฉับพลันอย่างไม่คาดฝันเหมือนเช่นเดียวกับชุมชนต่างๆบนชายฝั่งตะวันตก

สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจยังเกิดขึ้นที่ยุโรปโดยผู้เชี่ยวชาญต่างออกมาชี้ว่า คลื่นความร้อนฮีทเวฟเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิมในปีนี้และเกิดบ่อยขึ้นขณะที่อุณหภูมิกำลังไต่ขึ้นสูง

เดอะการ์เดียนรายงานว่า สเปนและภาคใต้ของฝรั่งเศสเผชิญกับคลื่นความร้อนระลอกสองของปี โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส เมเตโอฟรานซ์( Météo France) แถลงว่า อุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียสใกล้กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และจะสูงขึ้นมากกว่านี้ตั้งแต่กลางสัปดาห์เป็นต้นไปขณะที่มวลความร้อนมุ่งหน้าไปทางเหนือพร้อมไปกับบางพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้และโรน แวลลีย์(Rhone valley)มีอุณหภูมิแตะ 39 องศาเซลเซียสไปแล้ว

นักอุตุนิยอมวิทยาฝรั่งเศส ปาทริค เกลัวส์( Patrick Galois )เปิดเผยว่ากรุงปารีสคาดว่าน่าจะมีอุณหภูมิสูงที่ 35 องศาเซลเซียส

โดยคลื่นความร้อนสูงสุดจะเกิดระหว่างวันพฤหัสบดี(16)ไปถึงวันเสาร์(18) ถือเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดได้น้อยครั้งในเดือนมิถุนายนและหากว่าได้รับการยืนยันจะกลายเป็นว่า ฝรั่งเศสผจญกับฮีทเสฟรอบ 2 เร็วกว่าปกติในปีนี้

ด้านสเปนพบกับคลื่นความร้อนเช่นกัน เดอะการ์เดียนกล่าวว่า สเปนพบกับอุณหภูมิสูงสุดกว่าที่เคยปรากฎในรอบ 20 ปีเป็นอย่างน้อยโดยมีอุณหภูมิถูกวัดได้ที่ 40 องศาเซลเซียสในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เซบียา (Seville) และ กอร์โดบา (Córdoba )ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ส่วนหุบเขากวาดียานา( Guadiana valley )พบกับอุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิ 43 องศาเซลเซียสในพื้นที่อื่นๆทางใต้ของสเปน

โฆษกสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสเปน เอเมต( Aemet) กล่าวยืนยันว่า “เรากำลังเผชิญหน้ากับอุณหภูมิสูงที่ไม่ปกติสำหรับเดือนมิถุนายน” พร้อมกับเสริมว่า ปรากฎการณ์ฮีทเวฟนี้ถือว่าเกิดขึ้นเร็วสุดอันดับที่ 3 ของการบันทึกและเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นเร็วนับตั้งแต่ปี 1981 เป็นต้นมา

นอกเหนือจากคลื่นความร้อนแล้วฝรั่งเศสยังต้องพบกับสภาพแล้งจัดโดย 35 จังหวัดในฝรั่งเศสได้ออกประกาศจำกัดการใช้น้ำก่อนหน้า ขณะที่ทั่วทั้งโปรตุเกสถูกประกาศให้อยู่ในสถานะแล้งขั้นรุนแรงภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม อ้างอิงจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาโปรตุเกสอิปมา(Ipma)

CR : MGRONLINE

แหล่งที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9650000056321

ค่า Maximum continuous operation voltage (Uc) ของอุปกรณ์ SPD ควรมีค่ายิ่งสูงยิ่งดีจริงหรือ ?

ค่า Maximum continuous operating voltage (Uc) ของอุปกรณ์ SPD

มีความหมายว่าอย่างไร ?  มีค่ายิ่งสูงยิ่งดีจริงหรือ ?

 

  • ค่า Maximum continuous operating voltage ของอุปกรณ์ SPD ( Surge Protective Device ) คือ ค่าแรงดันไฟฟ้าปกติสูงสุด

 

  • ที่อุปกรณ์ SPD จะไม่ทำงาน ( ไม่ทำการป้องกัน ) เพราะยังคงเห็นว่าเป็นแรงดันไฟฟ้าปกติอยู่  ตัวอย่างเช่น

 

1.อุปกรณ์ SPD รุ่น ABC มีค่าแรงดันไฟฟ้าปกติเฉลี่ย ( Un ) ที่ 220 Volt และมีค่าแรงดันไฟฟ้าปกติสูงสุด ( Uc )ที่ 275 Volt

จะมีความหมายว่า อุปกรณ์ SPD รุ่น ABC นี้สามารถต่อใช้งานกับแรงดันไฟฟ้าของการไฟฟ้า Line Voltage 230 Volt ได้และจะไม่ทำงาน ( ไม่ทำการป้องกัน ) จนกว่าแรงดันไฟฟ้าของการไฟฟ้า Line Voltage จะมีค่าสูงมากกว่า 275 Volt หรือ มีแรงดันไฟฟ้าจากภายนอก เช่น แรงดันฟ้าผ่า เป็นต้น เหนี่ยวนำเข้ามาในระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า ทำให้ Line Voltage มีค่าสูงมากกว่า 275 Volt อุปกรณ์ SPD รุ่น ABC จึงจะทำงานหรือทำการป้องกัน ( เมื่อมีแรงดันไฟฟ้ามากกว่า 275 Volt ตกคล่อมที่อุปกรณ์ SPD รุ่น ABC นี้ )

 

2. อุปกรณ์ SPD รุ่น XYZ มีค่าแรงดันไฟฟ้าปกติเฉลี่ย ( Un ) ที่ 240 Volt และมีค่าแรงดันไฟฟ้าปกติสูงสุด ( Uc ) ที่ 500 Volt จะมีความหมายว่า อุปกรณ์ SPD รุ่น XYZ นี้สามารถต่อใช้งานกับแรงดันไฟฟ้าของการไฟฟ้า Line Voltage 230 Volt ได้และจะไม่ทำงาน

( ไม่ทำการป้องกัน ) จนกว่าแรงดันไฟฟ้าของการไฟฟ้า Line Voltage จะมีค่าสูงมากกว่า 500 Volt หรือ มีแรงดันไฟฟ้าจากภายนอก เช่น แรงดันฟ้าผ่า เป็นต้น  เหนี่ยวนำเข้ามาในระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า ทำให้ Line Voltage มีค่าสูงมากกว่า 500 Volt อุปกรณ์ SPD รุ่น XYZ จึงจะทำงานหรือทำการป้องกัน ( เมื่อมีแรงดันไฟฟ้ามากกว่า 500 Volt ตกคล่อมที่อุปกรณ์ SPD   รุ่น XYZ นี้ )

 

ในกรณีติดตั้งอุปกรณ์ SPD ทั้งสองรุ่นกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า 230 Volt จะมีคุณสมบัติในการทำงาน หรือการป้องกันไฟกระโชก ( Surge ) ที่แตกต่างกันดังนี้คือ

เมื่อมีไฟกระโชก ( Surge )  คือมีแรงดันไฟฟ้าสูงผิดปกติเกิดขึ้น เช่น 420 Volt เกิดขึ้นในระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า

 

  • อุปกรณ์ SPD รุ่น ABC จะเห็นว่าแรงดันไฟฟ้า 420 Volt นี้ เป็นแรงดันไฟฟ้าสูงผิดปกติ เนื่องจากค่าแรงดันไฟฟ้าปกติสูงสุด ( Uc ) มีค่าที่ 275 Volt ดังนั้นอุปกรณ์ SPD รุ่น ABC จะทำงาน คือทำการป้องกันไม่ให้แรงดัน 420 Volt นี้ หลุดเข้าไปที่ Loads ทำให้ Loads ต่างๆ ได้รับการป้องกัน จากแรงดันไฟฟ้าผิดปกติ 420 Volt นี้

 

  • ส่วนอุปกรณ์ SPD รุ่น XYZ จะเห็นว่าแรงดันไฟฟ้า 420 Volt นี้ ยังคงเป็นแรงดันไฟฟ้าปกติ  เนื่องจากค่าแรงดันไฟฟ้าปกติสูงสุด ( Uc ) มีค่าที่ 500 Volt ดังนั้นอุปกรณ์ SPD รุ่น XYZ จะไม่ทำงาน ( ไม่ทำการป้องกัน ) ดังนั้นแรงดันไฟฟ้า 420 Volt นี้ ก็จะหลุดเข้าไปที่ Loads  ( นั่นหมายความว่า Loads ต่างๆ ไม่ได้รับการป้องกัน ) ซึ่ง Loads เหล่านั้นจะได้รับความเสียหายหรือไม่นั้น  ก็ขึ้นอยู่กับความเปราะบางของ  Loads ต่าง ๆ เหล่านั้น นั่นเอง

 

ดังนั้นเราจึงควรเลือกใช้อุปกรณ์ SPD ที่มีค่า Uc ที่เหมาะสมไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป  ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของ Loads

Posted in faq

อุทาหรณ์ ฝนตกหนัก สาวใหญ่ต้อนวัวกลางทุ่ง ฟ้าผ่าเปรี้ยงเดียว-เป็นศพสลด

สลด สาวใหญ่ 53 ออกไปกลางทุ่งต้อนวัวเข้าคอก ช่วงฝนตกหนัก ถูกฟ้าผ่าเปรี้ยง-ล้มทั้งยืนนอนแน่นิ่ง ญาติรีบหามส่ง รพ. สุดท้ายช่วยไม่ทัน-เสียชีวิต ผัวฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดเหตุฟ้าผ่าชาวบ้านบริเวณกลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้านตะไก้ ม.2 ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ญาติเร่งนำตัวส่ง รพ. และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่บ้านผู้เสียชีวิต พบเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุดเมืองแฝก กำลังนำร่างผู้เสียชีวิตลงจากรถ เพื่อให้ญาติประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติๆ และชาวบ้าน ที่มาช่วยกันจัดเตรียมงานศพ จากการสอบถามทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางวนิดา สหัสรัมย์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.2 ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จากการสังเกตสภาพศพ พบบริเวณรูหูด้านขวามีเลือดไหลออกมา

จากการสอบถาม นางทองใบ เจริญสุข หลานผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายมีศักดิ์เป็นอาของตน ช่วงก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายออกไปทุ่งนา ขณะนั้นฟ้ามืดครึ้มฝนเริ่มตั้งเค้า ตนอยู่ในกระท่อม ส่วนผู้ตายบอกว่าจะไปย้ายวัวที่ผูกไว้กลางทุ่งนาเข้าคอก จนกระทั่งฝนตกลงมาอย่างหนัก ผ่านไปสักพักตนได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังมาก แต่ไม่รู้ว่าผ่าอะไร พอฝนหยุดสามีของผู้ตายก็มาตาม จนกระทั่งมาพบผู้ตายถูกฟ้าผ่าดังกล่าว

ขณะที่ นางทองทูล เจริญสุข หลานอีกคนของผู้ตาย เล่าว่า เมื่อทราบว่าอาถูกฟ้าผ่า ตนก็รีบเอารถเข็นไปรับร่างอารีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทันอาเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ญาติพี่น้องรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้มาก แต่ตนก็แปลกใจว่า ขณะเกิดฟ้าผ่าวัวที่ผูกไว้เป็นฝูงทั้งหมด 9 ตัว กลับไม่โดนฟ้าผ่าเลยสักตัว แต่กลับเป็นอาที่โดนฟ้าผ่า ซึ่งหลังเกิดเหตุวัวทั้งหมดก็ไม่ได้ไปไหน แต่กลับยืนล้อมร่างอาไว้เหมือนเป็นห่วง

ด้าน นายสะการ มุ่งดี อายุ 50 ปี สามีผู้ตาย เล่าว่า ตนเคยเตือนภรรยามาตลอดว่า ขณะฝนตกห้ามเอาวัวกลับเข้าคอก ให้อยู่ในกระท่อมรอฝนหยุดก่อน แต่ภรรยาก็ไม่ฟัง ส่วนสาเหตุที่ฟ้าผ่าภรรยาครั้งนี้นั้น ตนสันนิษฐานว่าเป็นเพราะต่างหูเงินรูปดาวที่ภรรยาใส่ประจำ อาจจะเป็นสื่อล่อฟ้าขณะอยู่กลางทุ่งนาตอนฝนตก ซึ่งหลังเกิดเหตุต่างหูข้างซ้ายได้หลุดหายไป อาจเกิดจากฟ้าผ่า ประกอบกับสภาพศพเมียมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณรูหู ดังนั้นตนจึงอยากใช้เหตุการณ์ครั้งนี้ ฝากเตือนคนอื่นไว้เป็นอุทาหรณ์ด้วย.

CR : thairathonline

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2394042

ระยะเวลาการทำงาน SPD ที่รวดเร็วและทำให้ Load ปลอดภัยหรือไม่ ?

คำถามจากลูกค้า : ช่วงการเกิด surge เอาตัว SPD ไปต่อ ขนาน เท่ากับว่าแรงดัน ตกคร่อมขณะนั้น เท่ากันหมด (แรงดันสูง 1000-6000 volt) แม้ว่ากระแสส่วนใหญ่จะไหลไปทาง SPD แต่แรงดันในวงจรขนานมันเท่ากันหมด ดังนั้น แรงดันที่ตกคร่อม โหลดกับแหล่งจ่ายไฟ ก็น่าจะเท่ากัน คำถามคือ โหลดกับแหล่งจ่าย จะทนแรงดันตรงนี้ได้มั้ยครับ เข้าใจว่าแรงดันจะลดลงเนื่อง transient ไม่ได้ลดลงเนื่องจาก SPD

คำตอบ : ระยะเวลาในการเกิด surge จะมีระยะเวลาเศษหนึ่งส่วนล้านของวินาที และตัว SPD มี response time ที่รวดเร็วมากคือน้อยกว่า 25 nSec. มีค่าแรงดันปล่อยผ่านไปยัง load น้อยกว่า 1.5 kv ซึ่งโหลดโดยส่วนใหญ่จะยังคงปลอดภัยครับ

Posted in faq

ทำไมเครื่องวัดพลังงาน (kWh meter) ไม่ได้รับผลกระทบจากไฟกระโชก?

KWh meter ส่วนใหญ่มี 2 ประเภท

 

1) แบบ Analog meter ประเภทนี้ คือ Copper Coil และ CT ด้านใน แข็งแรงมาก ทนต่อไฟกระโชก CT ใช้สำหรับเหนี่ยวนำกระแสไฟ ไม่เกิดผลกระทบจากไฟกระโชกโดยตรง

2) แบบ Digital meter (TOU meter) ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน และส่วนมากเสียหายจากไฟกระโชก และต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก เพื่อป้องกันตัวเครื่อง

Posted in faq

หญิงออกไปต้อนวัวเข้าคอก ฟ้าผ่าเปรี้ยง ดับกลางทุ่ง สลด วัว9ตัวยืนเฝ้าศพ

ฝนตกหนัก หญิงวัย 53 ปี ออกไปต้อนวัวเข้าคอก ฟ้าผ่าเปรี้ยงเดียว เสียชีวิตกลางทุ่งนา สลด วัว 9 ตัวยืนเฝ้าศพไม่ห่าง ผัวเผยสิ่งล่อฟ้า

วันที่ 17 พ.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านตะไก้ ม.2 ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ว่า มีฟ้าผ่าชาวบ้านขณะเลี้ยงวัวจนเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางทุ่งนา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด ต.เมืองแฝก กำลังนำร่างของ นางวนิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ผู้เสียชีวิต ไปส่งที่บ้านพักเพื่อให้ญาติประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ ๆ เป็นอย่างมาก

ฝนตกหนัก หญิงวัย 53 ปี ออกไปต้อนวัวเข้าคอก ฟ้าผ่าเปรี้ยงเดียว เสียชีวิตกลางทุ่งนา สลด วัว 9 ตัวยืนเฝ้าศพไม่ห่าง

จากการสอบถาม นางทองใบ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี มีศักดิ์เป็นหลานของผู้ตาย กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตนกับผู้ตายได้ออกไปทุ่งนา ขณะนั้นฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ตอนนั้นตนกับผู้ตายอยู่ในกระท่อมนา หลังจากฝนเริ่มตก ผู้ตายก็หันมาบอกกับตนว่า จะไปย้ายวัวที่ผูกไว้กลางทุ่งนาเพื่อกลับเข้าคอก

นางทองใบ กล่าวต่อว่า จากนั้น ฝนตกลงมาอย่างหนัก ฟ้ามืดมองก็ไม่เห็น สักพักใหญ่ ๆ ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดัง “เปรี้ยง” เมื่อฝนเริ่มหยุด เห็นวัวที่ผู้ตายเลี้ยงไว้ 9 ตัว รวมตัวอยู่เป็นกลุ่มที่เดียว รู้สึกผิดสังเกต ตนจึงเดินไปดูก็พบว่า ฝูงวัวยืนเฝ้าศพเจ้าของที่โดนฟ้าผ่า

CR : Khaosod Online

แหล่งที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7052462

แค่ฝนตั้งเค้า! ฟ้าผ่าวัวพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ตายรวด 4 ตัว ลูกน้อยยืนน้ำตารินไม่ห่าง

 

อุดรธานี – ชาวนาหัวใจแทบสลาย แค่ฝนตั้งเค้าแป๊บเดียว ฟ้าผ่าควายเป็นฝูงหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ตายทันที 4 ตัว เหลือไว้แต่ลูกน้อย 2 ตัวยืนน้ำตารินเฝ้าร่างพ่อแม่ไม่หนีไปไหน

วันนี้ (12 พ.ค. 65) เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านบ้านหนองสว่าง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่าเกิดเหตุฟ้าผ่าควายของชาวบ้านตายหลายตัว เมื่อไปตรวจสอบพบว่าที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองสว่าง พบควายของนายจันที มะละปะทิ อายุ 51 ปี นอนตายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เปื้อนดินโคลนที่ฝนตกลงมา โดยมีควายแม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ตาย 4 ตัว ส่วนลูกน้อยอีก 2 ตัวยืนน้ำตารินเฝ้าพ่อและแม่ไม่ยอมหนีไปไหน

นายจันที เจ้าของควาย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ตนเองรีบเข้าไปในหมู่บ้าน จากนั้นฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทั้งฝนทั้งฟ้าร้อง ส่วนควายพอกินหญ้าเสร็จได้เดินมารวมกันหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ สักพักตนเองได้ยินเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทิศทางที่นาตนเอง คิดในใจว่ากลัวฟ้าผ่าควาย จึงรีบมาดู ก็แทบช็อก เจอควายถูกฟ้าผ่านอนตาย เป็นแม่-พ่อพันธุ์ 4 ตัว

ส่วนลูกน้อย 2 ตัวที่รอดตายยืนเหมือนน้ำตารินเฝ้าร่างของพ่อและแม่ไม่ห่าง ตนเองก็จะน้ำตาไหลกับลูกควายด้วย เสียดายฝูงควายไม่น่าจะเคราะห์ร้ายมาถูกฟ้าผ่าตายเกือบหมด โดยควายทั้งหมดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท จากนี้คงเลี้ยงลูกควายน้อยอย่างดี จะไม่ยอมให้ถูกฟ้าผ่าอีก
CR : MGRonline
แหล่งที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9650000045325

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน มีฝนฟ้าคะนอง ระวังลมกระโชก-ฟ้าผ่า

วันนี้ไทยตอนบนเผชิญพายุฤดูร้อน มีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งและอาจเกิดฟ้าผ่า ขอให้ระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง

วันที่ 17 เม.ย. 2565 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาวตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งรวมถึงจะมีฝนตกหนักและอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้

พายุฤดูร้อนจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง และขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนองซึ่งอาจเกิดอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่าได้ เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือและภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนไว้ด้วย ส่วนลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มการสะสมน้อยลง เนื่องจากลมใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังกำลังปานกลาง ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนยังมีสะสมปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนและมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นทางภาคเหนือตอนบน

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

CR : thairathonline

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2369527

 

ลงทะเบียนรับประกันสินค้า ProAC Distribution Unit
Entries
1
Views
227
Conversion Rate
0.44%
Export to    
1 item


Statistics

จาก : ไปยัง:

สกลนครพายุฝนถล่ม ฟ้าฝ่าต้นไม้ใหญ่กระแสไฟช็อต ลุงกับหลานตายคาที่ 2 ศพ

 

สกลนครเกิดฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าต้นไม้เปรี้ยงเดียว ลุงกับหลานอยู่ในเพิงใต้ต้นไม้ เจอกระแสไฟฟ้าไหลลงพื้นดินช็อตร่าง เสียชีวิตคาที่ 2 ศพ ขณะกวาดน้ำออก ส่วนเมียรอดตายเพราะนั่งอยู่บนแคร่ เมื่อเวลา 16.35 น. วันที่ 24 มีนาคม 2565 ร.ต.อ.นิคม ขาวไป๋ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ได้รับแจ้งเหตุ มีชาวบ้านถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต ที่บริเวณกระท่อมนา บ้านโคกสูง ต.โคกก่อง จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมเจ้าหน้าที่ รพ.สต.โคกก่อง ไปตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักท้ายหมู่บ้าน หลังคาทำด้วยไวนิล มีไทยมุงจำนวนมาก พบศพนายผ่องสี พรมเมือง อายุ 55 ปี ชาวบ้าน หมู่ บ้านโคกสูง ต.โคกก่อง สภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล ในบริเวณเดียวกันยังพบศพ นายเกรียงศักดิ์ ถาปันแก้ว อายุ 17 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 บ้านโคกสูงเช่นกัน สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อยืดลายพราง นอนเกยกัน นางดรุณี พรมหมเมือง อายุ 55 ปี ซึ่งนั่งบนแคร่ไม้ในเพิงพัก ซึ่งเห็นเหตุการณ์จึงได้ร้องให้คนช่วย พร้อมกับแจ้ง จนท.ตำรวจ หน่วยกู้ชีพกู้ภัย อบต.โคกก่อง หน่วยกู้ชีพเมตตาธรรมมูลนิธิ

นายอภิชาติ นนท์สะเกตุ จนท.กู้ชีพ อบต.โคกก่อง กล่าวว่า เมื่อเวลาบ่าย 2 มีผู้มาแจ้ง ตนมาถึงที่เกิดเหตุก่อน พบว่าผู้เป็นลุงเสียชีวิตแล้ว จึงทำการช่วยเหลือ นายเกรียงศักดิ์ ที่ยังหายใจรวยริน ด้วยการทำ CPR ถึง 2 รอบแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ส่วนสาเหตุเกิดจากฝนตกฟ้าคะนองทำให้ฟ้าผ่าต้นไม้ ซึ่งอยู่ห่างจากเพิงพักประมาณ 5 เมตร กระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์จึงลงกราวด์ วิ่งไปในพื้นดินที่เปียกแฉะ เป็นจังหวะที่ลุงกับหลานกำลังกวาดน้ำออกจากเพิงพัก จึงถูกไฟที่ลงกราวด์ดูดเสียชีวิต

ขณะที่ นางดรุณี กล่าวว่า ขณะที่ตนนั่งอยู่บนแคร่ไม้ สามีและหลานกำลังยืนอยู่บนพื้นดิน มีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น และเห็นคนทั้งสองล้มลงเสียชีวิตคาที่คาตา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำร่างของผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองคน ไปให้แพทย์ผ่าชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตต่อไป.

CR : thairathonline

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2350080