ระทึกกลางเมืองเชียงราย! ฟ้าผ่าพระธาตุวัดดัง เศษปูนปลิวไกลถึง 100 เมตร ชาวบ้านหวั่นอาเพศ

 

ระทึกกลางเมืองเชียงราย! ฟ้าผ่าพระธาตุวัดดัง เศษปูนปลิวไกลถึง 100 เมตร โชคดีไม่มีใครได้รับอันตราย เผยอายุเก่าแก่ถึง 1,000 ปี ชาวบ้านหวั่นอาเพศ

วันที่ 19 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฟ้าผ่าบริเวณเจดีย์ หรือพระธาตุภายในวัดเจ็ดยอด ชุมชนวัดเจ็ดยอด เทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย โดยพระธาตุดังกล่าวตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ และฟ้าได้ผ่าลงเกือบตรงกลาง ด้านที่หันไปทางพระอุโบสถเยื้องไปทางทิศใต้ สูงจากพื้นประมาณ 2-3 เมตร

‘โกงตาย’ นาทีสุดช็อก หนุ่มรปภ.อินโดนีเซีย โดนฟ้าผ่า รอดปาฏิหาริย์

เปิดนาที หนุ่ม รปภ.ชาวอินโดนีเซีย เดินกางร่มฝ่าสายฝนพรำ ไม่นึกไม่คิด โดนฟ้าผ่าเปรี้ยงใส่ร่ม จนล้มทั้งยืน แต่เดชะบุญ รอดชีวิตอย่างเหลือเชื่อ

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 65 เดลี่เมล รายงานเกิดเหตุสุดช็อก หนุ่มรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ชาวอินโดนีเซียเดินกางร่ม ฝ่าสายฝนที่บริเวณท่าเรือแห่งหนึ่งในเมืองจาการ์ตาเหนือ ไม่นึกไม่คิดตัวเองจะโดน

ฟ้าผ่าจนล้มทั้งยืน เดชะบุญ หนุ่ม รปภ.รายนี้รอดชีวิตอย่างเหลือเชื่อ ในขณะที่ร่มโดนฟ้าผ่าใส่ จนกลายเป็นจุณในพริบตาเดียว

ด้านเพื่อนร่วมงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างรีบมาช่วยเหลือหนุ่ม รปภ.รายนี้ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น และรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที

จากการเปิดเผยของเพื่อนร่วมงาน ทราบว่า รปภ.หนุ่มรายนี้ ชื่อ อับดุล รอสยิด อายุ 35 ปี โดยเขาเพียงได้รับบาดเจ็บที่มือ ซึ่งเกิดบาดแผลไฟไหม้จากการถูกฟ้าผ่า และนายรอสยิดสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในอีก 4 วันต่อมาหลังประสบเหตุสุดระทึก

ด้านโฆษกสำนักงานตำรวจในพื้นที่ ยืนยันว่าได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าใส่หนุ่ม รปภ.จริง และเขาได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ท่าเรือในเมืองจาการ์ตาเหนือ โดยตำรวจยังบอกว่าขณะที่นายรอสยิด หนุ่ม รปภ.โดนฟ้าผ่านั้น เขาถือวิทยุสื่อสารไว้ในมือด้วย.

CR: thairathonline

ที่มา :https://www.thairath.co.th/news/foreign/2278641

สุดช็อก ฟ้าผ่าเรือเจ้าบ่าว จะมาแต่งงานบ้านเจ้าสาวในบังกลาเทศ ดับ 17 ศพ

‘เราได้รับแจ้งเกิดเหตุฟ้าผ่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ศพ และบาดเจ็บนับ 14 คน’ นายตำรวจในเมืองชิบกันจ์ กล่าวทั้งนี้ ในแต่ละปีมีชาวบังกลาเทศเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า ปีละหลายร้อยราย จนทำให้ทางการบังกลาเทศประกาศให้การเกิดฟ้าผ่าถือเป็นภัยทางธรรมชาติในปี 2559 ซึ่งในเดือนพฤษภาคม เพียงเดือนเดียวของปีนั้น มีชาวบังกลาเทศถูกฟ้าผ่าตายกว่า 200 ศพ ซึ่งในจำนวนนี้ มีคนถูกฟ้าผ่าตายนับ 82 ศพ

CR: thairathonline

ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2159085

สายฟ้าฟาดรัวๆ 12 ครั้ง ลงเสาไฟต้นเดียว คนอัดคลิปถึงกับหลบหลังกำแพง

สายฟ้าฟาดรัวๆ 12 ครั้ง – เดลีเมล เผยแพร่คลิปวิดีโอน่าตะลึงท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในจีน เมื่อสายฟ้าฟาดลงมาเสาไฟต้นเดียวติดต่อกันเป็นนับสิบครั้ง

ผู้เห็นเหตุการณ์ใช้กล้องมือถือบันทึกจากน่านฟ้าเมืองชิงเต่า มณฑลชานตง ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เผยสายฟ้าฟาดลงมาเสาไฟฟ้าต้นนั้นหลายครั้งในเวลาไม่กี่วินาที จนผู้เห็นเหตุการณ์ต้องหลบไปอยู่หลังอาคาร

นายชู ชาวท้องถิ่น ระบุว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวบันทึกโดยเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่ทำงาน ก่อนนำมาแชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ภายหลัง

CR: khaosod online

แหล่งที่มา : สายฟ้าฟาดรัวๆ 12 ครั้ง ลงเสาไฟต้นเดียว คนอัดคลิปถึงกับหลบหลังกำแพง (khaosod.co.th)

ฟ้าผ่ากลางบ้าน 6 ชีวิตหนีตายอลหม่าน

 

ยโสธร 29 ส.ค.- เกิดเหตุฟ้าผ่าบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่ จ.ยโสธร ทำให้หลังคาบ้าน ตัวบ้าน และฝาผนัง รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเสียหายหนัก ส่วนสมาชิกในบ้านทั้ง 6 คนปลอดภัย ที่น่าเเปลก! หิ้งพระที่หลวงปู่เเหวนตั้งอยู่กลับไม่เป็นอะไร   

เกิดเหตุฟ้าผ่าบ้านไม้สองชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ซึ่งเป็นบ้านของนายสุรสิน ชัยงาม หมู่บ้านกระจาย ตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ส่งผลทำให้หลังคาบ้าน ตัวบ้านและฝาผนังบ้านรวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน แตกกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางได้รับความเสียหาย ซึ่งจุดที่โดนฟ้าผ่า ได้รับความเสียหาย เป็นห้องพระอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน แต่ที่น่าแปลกทุกอย่างพังหมดเสียหายหมด เหลือแต่หิ้งพระที่ตั้งรูปปั้นหลวงปู่แหวนไม่เป็นอะไร

 

 

ส่วนสมาชิกภายในครอบครัว ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน 6 ชีวิต คุณยายวัย 80 ปี พ่อ แม่ ลูก ทุกคนปลอดภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากทุกคนพากันหลับนอนอยู่ชั้นล่างของบ้าน จึงปลอดภัยไม่มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต นายสุรสิน กล่าวว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน จนถึงเช้ามืด พอถึงเวลา 04.30 น.ที่ผ่านมา ทุกคนกำลังหลับก็ได้เกิดฟ้าผ่าลงมาอย่างแรงที่ชั้น 2 ของบ้าน ทำให้ทุกคนในครอบครัวตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง พบว่าหลังคาบ้าน ตัวบ้าน ฝาผนังบ้านไม้ชั้น 2 รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า แตกกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ได้รับความเสียหาย

เบื้องต้น ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และทางองค์การบริหารส่วนตำบล กระจายลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น กับเหตุการณ์ฟ่าฝ่าบ้านเรือนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน.-สำนักข่าวไทย
CR : สำนักข่าวไทย
แหล่งที่มา : https://tna.mcot.net/region-768636

ช็อก อินเดียโดนฟ้าผ่าตายวันเดียว กว่าครึ่งร้อย บางรายตายขณะ’เซลฟี่’

 

แฟ้มภาพ ฟ้าผ่าเหนือท้องฟ้าในกรุงนิวเดลีเมื่อ 2 พ.ค. 2563 (Adil Abass/Barcroft Media via Getty Images)

เคราะห์ซ้ำ ชาวอินเดียถูกฟ้าผ่าตายวันเดียว กว่า 50 ศพ ในรัฐราชสถาน และอุตตรประเทศ บางรายตายขณะถ่ายรูปเซลฟี่ที่หอคอยบนป้อมโบราณอาเมร์

เกิดเหตุสลด ชาวอินเดียถูกฟ้าผ่าในรัฐราชสถาน และอุตตรประเทศ ทางภาคเหนือของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถูกฟ้าผ่าตายถึงอย่างน้อย 50 ศพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค.64 โดยสื่อหลายแห่งรายงานว่า ที่รัฐราชสถาน ซึ่งมีทะเลทราย มีผู้เสียชีวิตประมาณ 11 ศพ และในรัฐอุตตรประเทศ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในอินเดีย มีผู้เสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตอย่างน้อย 42 ศพ

ตำรวจและนายอนันด์ ศรีวัสเทวา เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐราชสถาน เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าในรัฐราชสถาน ส่วนใหญ่เสียชีวิตบริเวณหอคอยของป้อมอาเมร์ โบราณสถานสมัยศตวรรษที่ 12 สถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อในเมืองอาเมร์ ใกล้เมืองชัยปุระ เมืองเอกของรัฐราชสถาน อีกทั้งมีผู้เสียชีวิตบางคนยังถูกฟ้าผ่าขณะกำลังถ่ายรูปเซลฟี่ใกล้กับหอคอยด้วย

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เผยว่า เกิดฝนตกอยู่แล้ว ขณะมีประชาชนเบียดเสียดหลบฝนอยู่ในหอคอยต่างๆ บนป้อมอาเมร์ และช่วงที่เกิดฟ้าผ่า มีประชาชนประมาณ 30 คนอยู่บนหอคอย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ บาดเจ็บ 17 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย นอกจากนั้นทีมกู้ภัยในพื้นที่กำลังตรวจสอบในวันนี้ว่ามีคนถูกฟ้าผ่าจนร่างกระเด็นตกลงในคูเมืองด้านข้างหอคอยหรือไม่

ทั้งนี้ในแต่ละปีมีชาวอินเดียต้องเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า เฉลี่ยปีละราว 2,000 ศพ เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงในช่วงฤดูมรสุม  ขณะที่กองอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย รายงานด้วยว่า มีผู้เสียชีวิตในประเทศจากการถูกฟ้าผ่าตาย เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า นับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ.

ที่มา : BBC , Channelnewsasia , thairath

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/foreign/2138510

สุดช็อก ฟ้าผ่าเรือเจ้าบ่าว จะมาแต่งงานบ้านเจ้าสาวในบังกลาเทศ ดับ 17 ศพ

เมื่อ 5 ส.ค. 64 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ เรือขบวนงานแต่งฝ่ายเจ้าบ่าว มุ่งหน้าจะไปบ้านเจ้าสาว ถูกฟ้าผ่าขณะเรือเทียบท่า มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 17 ศพ บาดเจ็บอีกนับ 14 ราย รวมทั้งเจ้าบ่าว ได้รับบาดเจ็บด้วย

ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองชิบกันจ์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของบังกลาเทศ เผยว่า เรือของเจ้าบ่าวลำนี้ได้ถูกฟ้าผ่าขณะมาถึงท่าเรือในเมืองชิบกันจ์ และญาติพี่น้อง รวมทั้งคณะแขกของฝ่ายเจ้าบ่าวกำลังลงจากเรือเพื่อจะไปยังบ้านเจ้าสาว จนทำให้ผู้เสียชีวิตถึง 17 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 14 คน จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

‘เราได้รับแจ้งเกิดเหตุฟ้าผ่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ศพ และบาดเจ็บนับ 14 คน’ นายตำรวจในเมืองชิบกันจ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในแต่ละปีมีชาวบังกลาเทศเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า ปีละหลายร้อยราย จนทำให้ทางการบังกลาเทศประกาศให้การเกิดฟ้าผ่าถือเป็นภัยทางธรรมชาติในปี 2559 ซึ่งในเดือนพฤษภาคม เพียงเดือนเดียวของปีนั้น มีชาวบังกลาเทศถูกฟ้าผ่าตายกว่า 200 ศพ ซึ่งในจำนวนนี้ มีคนถูกฟ้าผ่าตายนับ 82 ศพ

CR : thairath.co.th

แหล่งที่มา สุดช็อก ฟ้าผ่าเรือเจ้าบ่าว จะมาแต่งงานบ้านเจ้าสาวในบังกลาเทศ ดับ 17 ศพ (thairath.co.th)

Measures and proactive checks to prevent the spread of covid 19

 

เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 ในปัจจุบัน มีการแพร่กระจายเชื้อที่รวดเร็ว ทางบริษัท สตาบิล จำกัด ตระหนักถึง สถานการณ์ดังกล่าว จึงได้นำนโยบายการป้องกัน และควบคุมการแพร่กระจาย ตามหลักนโยบายภาครัฐ มาปรับใช้ในการ บริหารและจัดการและดำเนินงาน

 

– โดยมีการคัดกรอง วัดอุณหภูมิ
– กำหนดจุดล้างมือ เจลแอลกอฮอล์
– ใช้หลักการ Social Distancing ทั้งการทำงาน และการรับประทานอาหาร รักษาระยะห่าง
– จำกัดการใช้ห้องอาคาร รวมถึงการปฏิบัติงาน work from home
– การประชุมสรุปงาน ผ่านระบบออนไลน์
– การนำเทคโนโลยี ออนไลน์ มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
– รวมถึงให้พนักงานทุกคนตรวจหาเชื้อ โควิด-19 เชิงรุก

 

และจากผลตรวจหาเชื้อตรวจหาเชื้อ โควิด-19 เชิงรุก ในวับริหารจัดการและดำเนินงานนที่ 5 สิงหาคม 2564 พนักงานสตาบิล ทุกคนปลอดเชื้อ
บริษัท สตาบิล จำกัด ขอขอบคุณพนักงาน ทุกท่าน ที่ตระหนักและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และเราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ หมอพยาบาลและบุคลากร ที่ต่อสู้กับวิกฤตในครั้งนี้

ฟ้าผ่า1.2หมื่นครั้งโหมไฟป่าแคนาดา – บริติชโคลัมเบียสังเวย “ฮีตเวฟ” ทะลุ700ราย


ฟ้าผ่า1.2หมื่นครั้งโหมไฟป่าแคนาดา – วันที่ 3 ก.ค. บีบีซี รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่าในรัฐบริติชโคลัมเบีย ทางตะวันตกของแคนาดา หลังคลื่นความร้อน หรือฮีตเวฟ แผ่ตัวปกคลุมจนอุณหภูมิทุบสถิติของประเทศที่ 121.3 ฟาเรนไฮต์ (49.6 องศาเซลเซียส) ที่หมู่บ้านลิตตัน เมื่อวันอังคารที่ 29 มิ.ย.

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยงานไฟป่าบริติชโคลัมเบียเผยจำนวนไฟป่าทั้งหมด 136 จุด และฟ้าผ่าราว 12,000 ครั้ง ในวันพฤหับสดีที่ 1 ก.ค.
นายคลิฟฟ์ แชปแมน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริติชโคลัมเบีย กล่าวด้วยว่า ฟ้าผ่าหลายครั้งใกล้ชุมชนต่างๆ ขณะที่ผู้อยู่อาศัยหลายร้อยคนได้รับแจ้งเตือนว่าอาจต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

ส่วนรัฐบาลแคนาดาจะส่งเฮลิคอปเตอร์ทหารพร้อมกำลังพลเพื่อช่วยดับไฟป่าและช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยที่เผชิญอันตรายจากไฟป่า
ทั้งนี้ ไฟป่าไหม้หมู่บ้านลิตตัน ซึ่งอยู่ห่างจากนครแวนคูเวอร์ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 260 กิโลเมตร บีบให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 249 คน ต้องอพยพตามคำสั่งเมื่อเย็นวันพุธที่ 30 มิ.ย. และส่งผลให้ทางหลวงหลายสายทั้งเข้าและออกไม่สามารถใช้งานได้

CR : khaosod

แหล่งที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6488319

แอร์พอร์ตเรลลิงก์ขัดข้อง ฟ้าผ่าระบบสายส่ง ผู้โดยสารรอแน่นล้นชานชาลา


แอร์พอร์ตลิงก์ขัดข้อง เหตุฟ้าผ่าระบบส่งไฟฟ้าขาดช่วงหัวหมาก-บ้านทับช้าง เดินรถได้ฝั่งเดียวตั้งแต่เย็นวานนี้ (13 ก.ค.) คาดแก้ไข 3 วัน ผู้โดยสารแน่นล้นสถานี บ่นอุบพังโค้งสุดท้ายก่อนส่งมอบ ซี.พี.

รายงานข่าวแจ้งว่า ระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์เรลลิงก์เกิดมีเหตุขัดข้องตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (13 ก.ค.) โดยทางเพจเฟซบุ๊ก Airport Rail Link ได้ชี้แจงว่าเกิดจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก ช่วง 18.00 น. 13 ก. ค. 2564 ทำให้ระบบจ่ายไฟฟ้าของขบวนรถไฟฟ้าช่วงสถานีสุวรรณภูมิขาเข้าเมือง ถึงสถานีหัวหมากขัดข้อง ทางศูนย์ควบคุมจึงใช้แผนเดินรถสำรอง ผู้โดยสารยังสามารถเดินทางได้ทุกสถานี แต่ช่วงสถานีหัวหมากถึงสุวรรณภูมิใช้ชานชาลาร่วมกัน จนปิดให้บริการ 21.00 น.

จากการเข้าตรวจสอบของฝ่ายซ่อมบำรุง พบว่าฟ้าผ่าลงระบบส่งไฟฟ้าทำให้สายส่งไฟฟ้า (Massenger Wire) ขาด ช่วงสถานีหัวหมากจนถึงสถานีบ้านทับช้าง ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน

ในการให้บริการ วันนี้ (14 ก.ค.) รถไฟฟ้าจะให้บริการตามแผนสำรองเป็นการชั่วคราว โดยให้บริการจากสถานีพญาไท-สถานีหัวหมาก ทุก 20 นาที และให้บริการจากสถานีหัวหมาก-สถานีสุวรรณภูมิ ทุก 30 นาที และจากสถานีสุวรรณภูมิจะให้บริการทุก 30 นาที

จากเหตุระบบขัดข้อง ซึ่งทำให้ความถี่ในการเดินรถมีระยะห่างมากขึ้น ทำให้ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ผู้โดยสารตกค้างในแต่ละสถานีจำนวนมาก และช่วงเช้าวันนี้จำนวนผู้โดยสารในแต่ละสถานีมีจำนวนสะสมหนาแน่น มีสภาพที่แออัด แม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีมาตรการให้ Work from Home แต่ประชาชนส่วนหนึ่งยังคงมีความจำเป็นต้องเดินทาง

Cr: mgronline
แหล่งที่มา : https://mgronline.com/business/detail/9640000068424

STABIL
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.