ฟ้าผ่าชาวนากลางทุ่ง หลังวิ่งหลบกระท่อม แต่ไม่ทันร่างไหม้เกรียม

นครพนมอากาศแปรปรวนหนัก ฟ้าผ่าชาวนากลางทุ่งหลังฝนตกหนัก พยายามวิ่งหลบกระท่อมแต่ไม่ทันถูกผ่าร่างจนตัวไหม้เกรียมเสียชีวิต ด้านอุตุฯ แจ้งเตือนเฝ้าระวังช่วงนี้เสี่ยงเกิดพายุฟ้าผ่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สภาพอากาศยังคงแปรปรวน มีอุณหภูมิร้อนจัดเกือบ 38-40 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบให้เกิดพายุฤดูร้อนแทบรายวัน โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ อ.ปลาปาก และ อ.ธาตุพนม มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายต่อเนื่อง รวมกว่า 100 หลัง มีเสียหายหนักกกว่า 10 หลัง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งสำรวจ ให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูซ่อมแซมต่อเนื่อง บางรายต้องสูญเสียค่าซ่อมแซมเกือบแสนบาทบาท โดยทางสถานอุตุนิยมวิทยานครพนม ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ทั้ง 12 อำเภอ ให้เฝ้าระวัง หมั่นตรวจสอบดูแลอาคารบ้านเรือนให้มีความแข็งแรง ป้องกันพายุพัดถล่มได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังได้ประกาศเตือนให้ระมัดระวังเมื่อเกิดพายุฝน ฟ้าร้อง ให้หลบเข้าที่ปลอดภัย อย่าอยู่ในที่โล่งแจ้ง

ขณะเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุฝนฟ้าคะนอง และมีฟ้าผ่าคนเสียชีวิต บริเวณกระท่อมนา หมู่บ้านห้วยไห หมู่ที่ 17 ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ภายหลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.นพดล ป่าสนธ์ รอง สว.สอบสวบ สภ.โพนสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่ แพทย์เวรโรงพยาบาลโพนสวรรค์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ได้เข้าตรวจสอบชันสูตรศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายกมล ประกิ่ง อายุ 49 ปี เป็นชาวบ้านห้วยไห หมู่ที่ 17 ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม สภาพศพยังอยู่ในชุดทำนา ไม่มีเครื่องประดับสร้อยคอ หรือนาฬิกาที่เป็นโลหะในร่างกาย สภาพร่างกายมีรอยไหม้เกรียมเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต เนื่องจากฟ้าผ่า นอนเสียชีวิตข้างกระท่อมนา เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบชันสูตรเก็บหลักฐาน ก่อนให้ญาตินำไปดำเนินคดี

เบื้องต้นนางสุขใจ โทรัตน์ อายุ 48 ปี ภรรยาผู้เสียชวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันเดียวกัน สามีได้นำรถไถนาออกไปเตรียมหว่านกล้า ทำนาตามฤดูกาล เนื่องจากช่วงนี้เริ่มมีฝนตกลงมาเกือบทุกวัน กระทั่งได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงกลางทุ่งนา หลังผ่านไป 2 ชั่วโมง จึงไปทุ่งนาเพื่อดูสามีไถนา พบสามีอยู่ในสภาพนอนหงายหมดสติ สภาพร่างกายเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต เกิดความตกใจ จึงเรียกชาวบ้านมาช่วยเหลือแต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว คาดว่าก่อนเกิดเหตุมีฝนตกฟ้าร้อง สามีจึงวิ่งเข้ามาหลบใกล้กระท่อมนา และถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝากแจ้งเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังในช่วงนี้ ฝนฟ้าคะนอง มีความเสี่ยงที่จะเกิดฟ้าผ่า รวมถึงพายุพัดถล่ม สร้างความเสียหาย และเกิดอันตรายแก่ชีวิตได้

Cr: ไทยรัฐออนไลน์

แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2089433

ควาญช้างเศร้า ฟ้าผ่าช้าง “พังบุญครอง” อายุ 40 ปี ค่าตัวกว่า 4 ล้านบาท

วันที่ 8 พ.ค. 64 นายสมนึก ตึดสันโดษ อายุ 46 ปี ควานช้าง กำลังไปนำช้างชื่อ “พังบุญครอง” อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นช้างนำเที่ยวของกิจการ “บ้านช้างพัทยา” ตั้งอยู่บริเวณหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อไปถึงพบว่าช้างพังบุญครองนอนแน่นิ่งเสียชีวิตอยู่บริเวณใต้โค่นต้นไม้ ตรวจสอบดูพบว่ามีรอยถูกฟ้าผ่า จนเป็นแผลรอยไหม้ ที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง จึงแจ้งให้ทางเจ้าของปางช้างและสัตวแพทย์มาตรวจสอบ

น.สพ.เผด็จ ศีริดำรง จากโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน พัทยา เปิดเผยว่า ช้างน่าจะถูกฟ้าผ่าขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนักช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ขณะถูกล่ามไว้ในป่า อย่างไรก็ตามจะได้แจ้งไปจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบางละมุง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง

ด้านนายไพรรัตน์ ไชยยะคำ ประธานกรรมการหมู่บ้านช้างพัทยา กล่าวว่า รู้สึกเสียดายช้าง “พังบุญครอง” เป็นอย่างมาก เนื่องจากเลี้ยงมานานกว่า 40 ปี ราคาค่าตัวกว่า 4 ล้านบาท โดยหลังสถานการณ์โควิด ทางปางช้างก็จัดทำร้านกาแฟดูช้าง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมเป็นอย่างมาก และจะนำช้างที่มีอยู่จำนวน 14 เชือกเหล่านี้มาเดินให้นักท่องเที่ยวชมบรรยากาศหรือนั่งหลังช้างเพื่อการท่องเที่ยวจึงรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก

cr:Khaosod Online
แหล่งที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6386549

ฟ้าผ่าลงเถียงนา สาวโคราชเคราะห์ร้าย ดับคาที่ 2 อีก 3 รอด

 

ชาวบ้านที่ อ.บัวใหญ่ นครราชสีมา พากันไปนั่งในเถียงนา 5 คน เคราะห์ร้าย จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมา มีหญิง 2 คน กระเด็นลงไปนอนเสียชีวิตคาที่ ส่วนอีก 3 รอด พบโทรศัพท์มือถือคนที่ตายถูกฟ้าผ่าพังเสียหาย

เวลา 16.00 น. วันที่ 22 เม.ย. พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ ผกก.สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจาก นายสุวิช จั่นแค้น ผู้ใหญ่บ้านโนนเพ็ด หมู่ 8 ต.ด่านช้าง ว่ามีลูกบ้านตนเองไปนั่งที่เถียงนากัน 5 คน เป็นญาติกันทั้งหมด ได้ถูกฟ้าผ่าอยู่กลางทุ่งนา ตายคาที่ 2 ศพ ที่เหลืออีก 3 คน รอดตาย จึงสั่งการให้ พ.ต.ต.ถาวร รอดสร้อย สว.(สอบสวน) ไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยฮุก 31 บัวใหญ่

สำหรับผู้เสียชีวิต 2 ราย ชื่อนางลำไย มารศรี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.8 ต.ด่านช้าง และนางอัจฉรา นวลกระแส อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่บ้านเดียวกัน ม.8 สภาพเสื้อกางเกงฉีกขาด โดยที่โทรศัพท์มือถือของทั้งสองคน สภาพถูกฟ้าผ่าแตกหักเสียหายใช้การไม่ได้.

Cr: ไทยรัฐออนไลน์

แหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/1827783

ฟ้าผ่าหนูน้อย กับหมา 3 ตัว ขณะนั่งเล่นใต้ต้นไม้ เปรี้ยงเดียวดับสลด

 

เปรี้ยงเดียวคร่า 4 ชีวิต สลดหนูน้อยวัย 7 ขวบ นั่งเล่นใต้ต้นสะเดากับสุนัขคู่ใจ 3 ตัว จู่ๆฟ้าผ่าเปรี้ยงเสียงดังสนั่น กระแสไฟแล่นเข้าร่างเด็กหญิงเสียชีวิต พร้อมแก๊งเพื่อนรักสี่ขา ยายเผยหลานสาวกำพร้าพ่อแม่ แม้ฐานะยากจนแต่ตั้งใจเลี้ยงให้เป็นคนดี ไม่คิดว่าจะต้องมาจบชีวิตอย่างอนาถเช่นนี้ อีกรายพายุหมุนหอบหลังคาโกดังน้ำมันหล่นทับรถกระบะดังโครม โชคดี 2 คนงานที่ซ่อนตัวในรถไม่ได้รับอันตราย

สลดหนูน้อยถูกฟ้าผ่าตายพร้อมสุนัขคู่ใจ 3 ตัว เปิดเผยเมื่อเวลา 14.45 น.วันที่ 20 เม.ย. พ.ต.ท.ชยันต์ สีเกี๋ยง สว. (สอบสวน) สภ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี รับแจ้งว่ามีเด็กถูกฟ้าผ่าตายบริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.นิยมชัย อ.สระโบสถ์ ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.สระโบสถ์ และกู้ภัยโคกสำโรง ที่เกิดเหตุอยู่ใต้ต้นสะเดาใกล้กระต๊อบเพิงพักสภาพเก่าที่ปลูกอยู่ริมไร่อ้อย มีเปลผ้าผูกอยู่ กิ่งสะเดาขนาดใหญ่หัก ใบสะเดาร่วงพื้นเกลื่อนและมีซากสุนัขนอนตาย 3 ตัว ส่วนผู้เสียชีวิตชื่อ ด.ญ.เจนจิรา หรือน้องเจน บัวใหญ่ อายุ 7 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 1 ต.คำพราน อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีรอยเขียวช้ำทั่วตัวไม่มีบาดแผล เสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

นางบุญปรางค์ จักรี อายุ 50 ปี ยายน้องเจน เล่าด้วยความเศร้าโศกเสียใจน้ำตานองหน้าว่า น้องเจนเป็นเด็กกำพร้าพ่อและแม่ ตนและสามีนำมาเลี้ยงกำลังอยู่ในวัยน่ารัก แม้ครอบครัวฐานะยากจนต้องอาศัยปลูกเพิงพักรับจ้างตัดอ้อยหาเช้ากินค่ำไปวันๆ แต่พยายามเลี้ยงน้องเจนให้ดีที่สุด ขณะนอนเล่นในเปลได้ยินเสียงดังเปรี้ยง และคล้ายอะไรหล่นใส่หัวมองไปปลายเท้าเห็นน้องเจนล้มลง เสียงสุนัขร้องระงมก่อนเงียบไปและขาดใจตายทั้ง 3 ตัว ไม่รู้ทำไมฟ้าผ่าลงมาได้ทั้งที่ต้นสะเดาไม่ได้สูงใหญ่อะไรมากนัก

เวลา 5 โมงเย็นวันเดียวกัน ฝ่ายป้องกันเทศบาลอำเภอบ้านหมี่ และมูลนิธิสว่างอริโยธรรม-สถาน เดินทางไปยังโกดังเก็บน้ำมันเพื่อการเกษตร บริษัท อิทธิพระพร เทรดดิ้ง หมู่ 5 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี หลังจากพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำรุนแรง หลังคาเมทัลชีทของบริษัทปลิวไปตามลมไกลกว่า 400 เมตร และมีผู้ถูกหลังคาทับติดอยู่ในรถยนต์ยังออกมาไม่ได้ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปยังจุดเกิดเหตุต้องพบอุปสรรคต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับเส้นทาง ต้องระดมพลช่วยกันตัดต้นไม้ออกอย่างทุลักทุเล เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบโครงหลังคา และแผ่นเมทัลชีทกระจายเกลื่อน นางมณีรัตน์ ปัญญา อายุ 56 ปี ผู้ดูแลเล่าว่า ก่อนฝนตกมีพายุหมุนพัดมารุนแรงทุกคนต่างวิ่งหนีเข้าไปภายในบ้านเอาชีวิตรอด แต่ยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากโครงหลังคาอีก 2 คน เจ้าหน้าที่ช่วยกันรื้อซาก กระทั่งพบชาย 2 คนนอนหลบอยู่ในรถกระบะ

นายคุณากร แจ่มโพกุล อายุ 34 ปี คนงานที่ติดอยู่รถกระบะเล่าว่า ช่วงเกิดเหตุพายุหมุนเสียงลั่นของโครงหลังคาดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ตกใจมากไม่รู้ว่าจะวิ่งไปหลบที่ไหนดี เพราะมีแต่เศษสิ่งของปลิวกระจายเกลื่อน ก่อนจะถูกหลังคาทับ เพื่อนคนงานได้ตะโกนเรียกให้เข้าไปหลบในรถกระบะ จากนั้นเห็นโครงหลังคาถูกลมหอบมาหล่นโครมใส่รถจนมองอะไรไม่เห็น โชคดีที่ไม่ได้รับอันตราย แต่ยอมรับว่าตกใจสุดขีด ในชีวิตไม่เคยเห็นพายุพัดรุนแรงขนาดนี้มาก่อน จากการประเมินความเสียหายในเบื้องต้นคาดไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

Cr: ไทยรัฐออนไลน์

แหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/news/local/central/2073505

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 66 จังหวัด ระวังพายุฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน “พยากรณ์อากาศ” ระบุ ทั่วไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจมีฟ้าผ่า และมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางแห่ง
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 64 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประจำวัน ลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนจากประเทศเมียนมาเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจมีฟ้าผ่า และมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีลมตะวันออกเฉียงใต้ และลมตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ฝุ่นละอองขนาดเล็กในระยะนี้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในบางพื้นที่ จึงทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง

Season of the sound 2020

งาน Season of the sound 2020 วันที่ 4-6 ธ.ค. 63 ณ.ฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 2

งานกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่ชลบุรี

ระบบป้องกันฟ้าผ่าที่ดีควรเป็นอย่างไร

ระบบป้องกันฟ้าผ่าที่ดีควรเป็นอย่างไร
คำตอบ : ระบบป้องกันฟ้าผ่ามีส่วนประกอบที่สำคัญๆ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนดังนี้
1. หัวล่อฟ้า ( Air-terminal )
2. ตัวนำลงดิน ( Down Conductor/Down Lead )
3. แท่งกราวด์ฟ้าผ่า ( Lightning Ground )

1. หัวล่อฟ้า ( Air-terminal ) ในกรณีที่เกิดฟ้าผ่าขึ้นหัวล่อฟ้าจะเป็นตำแหน่งที่เราต้องการให้ฟ้ามาผ่าลง ดังนั้นหัวล่อฟ้าจึงควรติดอยู่ในตำแหน่งที่สูงสุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เช่น อยู่เหนือจากจุดที่สูงที่สุดของอาคาร ( เสาอากาศทีวี, เสาอากาศวิทยุ, แท๊งค์น้ำ ฯลฯ ) ขึ้นไปอย่างน้อย 2 เมตร (ตามมาตรฐานของบริษัทสตาบิล) ตัวหัวล่อฟ้าควรทำด้วยโลหะที่มีคุณสมบัติการเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ทนต่อการหลอมละลาย เช่น แท่งทองแดง แท่งสเตนเลส แท่งทองแดงชุบดีบุก แท่งเหล็ก หรือวัสดุตัวนำอื่นๆ ซึ่งการพิจารณาวัสดุที่นำมาใช้ สามารถพิจารณาได้จากพื้นที่ที่ติดตั้ง เช่น กรณีอยู่ใกล้ทะเลควรใช้วัสดุที่สามารถทนการกัดกร่อนได้ดี หรือพิจารณาจากงบประมาณที่ตั้งไว้เป็นต้น การติดตั้งหัวล่อฟ้าจะต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของหัวล่อฟ้าเชื่อมต่อกับตัวอาคาร ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบจากฟ้าผ่า ที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอาคารและระบบไฟฟ้าในอาคารของท่าน ตัวหัวล่อฟ้าควรมีลักษณะเป็นปลายแหลม เนื่องจากจะมีคุณสมบัติในการถ่ายเทประจุไฟฟ้าในอากาศได้ดี และควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 3/8 นิ้ว ยาวไม่น้อยกว่า 10 นิ้ว ( ตามมาตรฐาน UL96) ทั้งนี้เพื่อให้สามารถรองรับกระแสฟ้าผ่าขนาดใหญ่ได้ดี

2. ตัวนำลงดิน ( Down Conductor/Down Lead ) ควรใช้สายตัวนำที่มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดี ทนต่อการหลอมละลาย เช่นสายไฟ THW, สายทองแดงเปลือย, สายเหล็ก หรือสายตัวนำอื่นๆ ขนาดพื้นที่หน้าตัดไม่น้อยกว่า 70 มม2.(ตามมาตรฐานของบริษัทสตาบิล) ซึ่งการพิจารณาวัสดุที่นำมาใช้ สามารถพิจารณาได้จากพื้นที่ เช่นกรณีอยู่ใกล้ทะเลควรใช้วัสดุ ที่สามารถทนการกัดกร่อนได้ดี พิจารณาจากความยากง่ายในการติดตั้ง และจากงบประมาณที่ตั้งไว้เป็นต้น การต่อลงดินควรหาแนวเดินสาย ( จากหัวล่อฟ้าจนถึงแท่งกราวด์ฟ้าผ่า ) ที่สั้นที่สุดและเป็นแนวเส้นตรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อลดการเกิด Flash over เข้าบริเวณด้านข้างของอาคาร การต่อสายตัวนำลงดินควรใช้ Down-lead Support ชนิดลูกถ้วย Ceramic ในการยึดสาย ทั้งนี้เพื่อให้ระบบนำลงดิน แยกจากตัวอาคารได้อย่างแท้จริง

3. แท่งกราวด์ฟ้าผ่า ( Lightning Ground ) ท่านสามารถดูได้จากกระทู้ก่อนหน้านี้ ในหัวข้อเรื่อง กราวด์ลึกมีหลักการทำงานอย่างไร ในปัจจุบันหัวล่อฟ้าที่ใช้กันอยู่ในท้องตลาดมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น หัวล่อฟ้าแบบ Faraday, หัวล่อฟ้าแบบ Early Streamer Emission, หัวล่อฟ้าแบบ Radio Active, หัวล่อฟ้าแบบร่ม และหัวล่อฟ้าแบบอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งตามที่บริษัท สตาบิล จำกัด ได้กล่าวมาข้างต้น และจะขอแนะนำนั้น เป็นหัวล่อฟ้าแบบ Faraday ซึ่งหัวล่อฟ้าแบบ Faraday นี้ เป็นหัวล่อฟ้าแบบที่สามารถใช้งานได้ดี มีราคาถูก และเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายโดยทั่วไป มีมุมในการป้องกันฟ้าผ่าโดยเฉลี่ยประมาณ 45 องศา ( วัดจากปลายสุดของหัวล่อฟ้า ) จากประสบการณ์ของบริษัทสตาบิลที่ผ่านมาพบว่า การนำหัวล่อฟ้าแบบ Faraday มาต่อใช้งานร่วมกับระบบกราวด์ฟ้าผ่าแบบกราวด์ลึก จะทำให้ประสิทธิภาพและมุมในการป้องกันฟ้าผ่ามีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหัวล่อฟ้าจะสามารถถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างดินและประจุไฟฟ้าในอากาศผ่านแท่งกราวด์ฟ้าผ่าแบบกราวด์ลึกได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

การติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า จุดเชื่อมต่อทุกจุด เช่น ระหว่างหัวล่อฟ้ากับสายตัวนำลงดิน และระหว่างสายตัวนำลงดินกับแท่งกราวด์ฟ้าผ่า จะทำการเชื่อมต่อด้วยวิธีหลอมละลายเนื้อโลหะเข้าด้วยกัน ( Exothermic Welding ) ซึ่งการเชื่อมต่อด้วยวิธีหลอมละลายเนื้อโลหะเข้าด้วยกันนี้ จะทำให้การถ่ายเทกระแสฟ้าผ่า ซึ่งเป็นกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ในระยะเวลาอันสั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงทำให้การเกิดผลกระทบจากฟ้าผ่าต่อตัวอาคารและระบบไฟฟ้า ในอาคารของท่านลดน้อยไปด้วยเช่นกัน.

สินค้าแนะนำ

เครื่องป้องกันไฟกระชาก
วิธีป้องกันไฟกระชาก
Posted in faq

Surge Protector ในรางปลั๊กไฟที่ขายทั่วไปป้องกันไฟกระโชกได้หรือไม่ ?

Surge Protector ในรางปลั๊กไฟที่ขายทั่วไปป้องกันไฟกระโชกได้หรือไม่ ?

คำตอบ : อุปกรณ์ Surge Protector ที่ติดตั้งในปลั๊กรางป้องกันไฟกระโชกทั่วไป สามารถใช้ป้องกันไฟกระโชกแบบพื้นฐานได้ คือเป็นไฟกระโชกแบบช่วงสั้นหรือที่เรียกว่า Transient แต่ไม่สามารถป้องกันไฟกระโชกแบบช่วงยาว หรือที่เรียกว่า TOVs (Temporary Over Voltages) ซึ่งการเกิดไฟกระโชกแบบช่วงยาว คือการเกิดไฟกระโชกที่มีระยะเวลาการเกิดนานจาก mSec ถึง a few seconds ซึ่งอุปกรณ์ Surge Protector แบบทั่วไปไม่สามารถที่จะรองรับการเกิดไฟกระโชกแบบช่วงยาวนี้ได้ และไฟกระโชกแบบช่วงยาวนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เปราะบางเสียหายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ท่านจึงควรเลือกใช้แต่อุปกรณ์ Surge Protector ที่มีคุณสมบัติสามารถป้องกันไฟกระโชกทั้งแบบช่วงสั้น Transient และไฟกระโชกแบบช่วงยาว TOVs ได้ในตัวเดียวกัน

Posted in faq
STABIL
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.