หญิงออกไปต้อนวัวเข้าคอก ฟ้าผ่าเปรี้ยง ดับกลางทุ่ง สลด วัว9ตัวยืนเฝ้าศพ

ฝนตกหนัก หญิงวัย 53 ปี ออกไปต้อนวัวเข้าคอก ฟ้าผ่าเปรี้ยงเดียว เสียชีวิตกลางทุ่งนา สลด วัว 9 ตัวยืนเฝ้าศพไม่ห่าง ผัวเผยสิ่งล่อฟ้า

วันที่ 17 พ.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านตะไก้ ม.2 ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ว่า มีฟ้าผ่าชาวบ้านขณะเลี้ยงวัวจนเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางทุ่งนา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด ต.เมืองแฝก กำลังนำร่างของ นางวนิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ผู้เสียชีวิต ไปส่งที่บ้านพักเพื่อให้ญาติประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ ๆ เป็นอย่างมาก

ฝนตกหนัก หญิงวัย 53 ปี ออกไปต้อนวัวเข้าคอก ฟ้าผ่าเปรี้ยงเดียว เสียชีวิตกลางทุ่งนา สลด วัว 9 ตัวยืนเฝ้าศพไม่ห่าง

จากการสอบถาม นางทองใบ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี มีศักดิ์เป็นหลานของผู้ตาย กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตนกับผู้ตายได้ออกไปทุ่งนา ขณะนั้นฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ตอนนั้นตนกับผู้ตายอยู่ในกระท่อมนา หลังจากฝนเริ่มตก ผู้ตายก็หันมาบอกกับตนว่า จะไปย้ายวัวที่ผูกไว้กลางทุ่งนาเพื่อกลับเข้าคอก

นางทองใบ กล่าวต่อว่า จากนั้น ฝนตกลงมาอย่างหนัก ฟ้ามืดมองก็ไม่เห็น สักพักใหญ่ ๆ ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดัง “เปรี้ยง” เมื่อฝนเริ่มหยุด เห็นวัวที่ผู้ตายเลี้ยงไว้ 9 ตัว รวมตัวอยู่เป็นกลุ่มที่เดียว รู้สึกผิดสังเกต ตนจึงเดินไปดูก็พบว่า ฝูงวัวยืนเฝ้าศพเจ้าของที่โดนฟ้าผ่า

CR : Khaosod Online

แหล่งที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7052462

แค่ฝนตั้งเค้า! ฟ้าผ่าวัวพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ตายรวด 4 ตัว ลูกน้อยยืนน้ำตารินไม่ห่าง

 

อุดรธานี – ชาวนาหัวใจแทบสลาย แค่ฝนตั้งเค้าแป๊บเดียว ฟ้าผ่าควายเป็นฝูงหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ตายทันที 4 ตัว เหลือไว้แต่ลูกน้อย 2 ตัวยืนน้ำตารินเฝ้าร่างพ่อแม่ไม่หนีไปไหน

วันนี้ (12 พ.ค. 65) เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านบ้านหนองสว่าง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่าเกิดเหตุฟ้าผ่าควายของชาวบ้านตายหลายตัว เมื่อไปตรวจสอบพบว่าที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองสว่าง พบควายของนายจันที มะละปะทิ อายุ 51 ปี นอนตายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เปื้อนดินโคลนที่ฝนตกลงมา โดยมีควายแม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ตาย 4 ตัว ส่วนลูกน้อยอีก 2 ตัวยืนน้ำตารินเฝ้าพ่อและแม่ไม่ยอมหนีไปไหน

นายจันที เจ้าของควาย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ตนเองรีบเข้าไปในหมู่บ้าน จากนั้นฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทั้งฝนทั้งฟ้าร้อง ส่วนควายพอกินหญ้าเสร็จได้เดินมารวมกันหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ สักพักตนเองได้ยินเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทิศทางที่นาตนเอง คิดในใจว่ากลัวฟ้าผ่าควาย จึงรีบมาดู ก็แทบช็อก เจอควายถูกฟ้าผ่านอนตาย เป็นแม่-พ่อพันธุ์ 4 ตัว

ส่วนลูกน้อย 2 ตัวที่รอดตายยืนเหมือนน้ำตารินเฝ้าร่างของพ่อและแม่ไม่ห่าง ตนเองก็จะน้ำตาไหลกับลูกควายด้วย เสียดายฝูงควายไม่น่าจะเคราะห์ร้ายมาถูกฟ้าผ่าตายเกือบหมด โดยควายทั้งหมดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท จากนี้คงเลี้ยงลูกควายน้อยอย่างดี จะไม่ยอมให้ถูกฟ้าผ่าอีก
CR : MGRonline
แหล่งที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9650000045325

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน มีฝนฟ้าคะนอง ระวังลมกระโชก-ฟ้าผ่า

วันนี้ไทยตอนบนเผชิญพายุฤดูร้อน มีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งและอาจเกิดฟ้าผ่า ขอให้ระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง

วันที่ 17 เม.ย. 2565 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาวตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งรวมถึงจะมีฝนตกหนักและอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้

พายุฤดูร้อนจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง และขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนองซึ่งอาจเกิดอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่าได้ เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือและภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนไว้ด้วย ส่วนลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มการสะสมน้อยลง เนื่องจากลมใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังกำลังปานกลาง ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนยังมีสะสมปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนและมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นทางภาคเหนือตอนบน

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

CR : thairathonline

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2369527

 

สกลนครพายุฝนถล่ม ฟ้าฝ่าต้นไม้ใหญ่กระแสไฟช็อต ลุงกับหลานตายคาที่ 2 ศพ

 

สกลนครเกิดฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าต้นไม้เปรี้ยงเดียว ลุงกับหลานอยู่ในเพิงใต้ต้นไม้ เจอกระแสไฟฟ้าไหลลงพื้นดินช็อตร่าง เสียชีวิตคาที่ 2 ศพ ขณะกวาดน้ำออก ส่วนเมียรอดตายเพราะนั่งอยู่บนแคร่ เมื่อเวลา 16.35 น. วันที่ 24 มีนาคม 2565 ร.ต.อ.นิคม ขาวไป๋ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ได้รับแจ้งเหตุ มีชาวบ้านถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต ที่บริเวณกระท่อมนา บ้านโคกสูง ต.โคกก่อง จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมเจ้าหน้าที่ รพ.สต.โคกก่อง ไปตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักท้ายหมู่บ้าน หลังคาทำด้วยไวนิล มีไทยมุงจำนวนมาก พบศพนายผ่องสี พรมเมือง อายุ 55 ปี ชาวบ้าน หมู่ บ้านโคกสูง ต.โคกก่อง สภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล ในบริเวณเดียวกันยังพบศพ นายเกรียงศักดิ์ ถาปันแก้ว อายุ 17 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 บ้านโคกสูงเช่นกัน สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อยืดลายพราง นอนเกยกัน นางดรุณี พรมหมเมือง อายุ 55 ปี ซึ่งนั่งบนแคร่ไม้ในเพิงพัก ซึ่งเห็นเหตุการณ์จึงได้ร้องให้คนช่วย พร้อมกับแจ้ง จนท.ตำรวจ หน่วยกู้ชีพกู้ภัย อบต.โคกก่อง หน่วยกู้ชีพเมตตาธรรมมูลนิธิ

นายอภิชาติ นนท์สะเกตุ จนท.กู้ชีพ อบต.โคกก่อง กล่าวว่า เมื่อเวลาบ่าย 2 มีผู้มาแจ้ง ตนมาถึงที่เกิดเหตุก่อน พบว่าผู้เป็นลุงเสียชีวิตแล้ว จึงทำการช่วยเหลือ นายเกรียงศักดิ์ ที่ยังหายใจรวยริน ด้วยการทำ CPR ถึง 2 รอบแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ส่วนสาเหตุเกิดจากฝนตกฟ้าคะนองทำให้ฟ้าผ่าต้นไม้ ซึ่งอยู่ห่างจากเพิงพักประมาณ 5 เมตร กระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์จึงลงกราวด์ วิ่งไปในพื้นดินที่เปียกแฉะ เป็นจังหวะที่ลุงกับหลานกำลังกวาดน้ำออกจากเพิงพัก จึงถูกไฟที่ลงกราวด์ดูดเสียชีวิต

ขณะที่ นางดรุณี กล่าวว่า ขณะที่ตนนั่งอยู่บนแคร่ไม้ สามีและหลานกำลังยืนอยู่บนพื้นดิน มีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น และเห็นคนทั้งสองล้มลงเสียชีวิตคาที่คาตา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำร่างของผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองคน ไปให้แพทย์ผ่าชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตต่อไป.

CR : thairathonline

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2350080

ดับกันโกลาหล! ฟ้าผ่าไฟลุกพรึ่บไหม้บ้านพักแพทย์ รพ.อุทัยธานี กลางดึก โชคดีฝนช่วย-จนท.ดับทันไม่ลาม

อุทัยธานี – เกิดเหตุฟ้าผ่าบ้านพักแพทย์หลังตึกผู้ป่วยโรงพยาบาลอุทัยฯ ก่อนไฟลุกเผาเกือบวอดทั้งหลัง โชคดีเจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงนับ 10 คัน-สายฝนตกหนัก ช่วยดับไฟไม่ลุกลามไปอาคารใกล้เคียง

เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.เศษที่ผ่านมา (23 มี.ค. 65) เกิดลมพายุฝนตกกระหน่ำ ก่อนเกิดฟ้าผ่าขึ้นที่บริเวณอาคารบ้านพักของแพทย์โรงพยาบาลอุทัยธานี ซึ่งตั้งอยู่หลังตึกรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาล

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองอุทัยธานี ที่ได้รับแจ้งต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คันเร่งช่วยกันสกัดเพลิงไม่ให้ลุกไหม้ลามไปยังบริเวณอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง แต่ด้วยเป็นอาคารไม้จึงทำให้ต้องใช้เวลาในการดับเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่าบ้านพักที่เกิดเหตุ เป็นบ้านพักของแพทย์ที่ปล่อยร้างมานานประมาณ 2 ปีแล้ว คาดว่าอาจจะมีสิ่งของประเภททองแดงหรือสายไฟเก่าที่ขาดชำรุด ประกอบกับบ้านหลังนี้อยู่บนเนินเขาสูง จึงทำให้ฟ้านั้นผ่าลงมาที่บ้านหลังนี้พอดี

“โชคดีที่ไม่มีคนพักอาศัยอยู่ในบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงนั้นมาทันเวลา ประกอบกับมีฝนตกลงมาอย่างหนักจึงช่วยดับไฟที่ไหม้ไว้ได้เร็ว ไม่ลามไปอาคารโรงพยาบาลหลังอื่นๆ”

 

 

 

CR :  MGRONLINE

แหล่งที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9650000028602

 

 

 

 

น้ำท่วมขังในบ่อกราวด์ได้หรือไม่ และจะมีอันตรายอะไรไหม ?

เราสามารถพบเจอกรณีน้ำท่วมขังในบ่อกราวด์ได้ค่อนข้างบ่อยซึ่งสาเหตุอาจเกิดได้จากอะไรบ้าง :

  • หน้าฝนมีฝนตกชุกทำให้น้ำฝนไหลเข้าไปขังในบ่อกราวด์
  • อยู่ใกล้ท่อระบายน้ำทำให้มีน้ำไหลซึมเข้าไปขังในบ่อกราวด์
  • ระดับน้ำในดินสูงทำให้มีน้ำซึมเข้าไปขังในบ่อกราวด์
  • มีตาน้ำใต้ดินทำให้มีน้ำซึมเข้าไปขังในบ่อกราวด์
  • จากสาเหตุอื่นๆ

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแท่งกราวด์จะมีหน้าที่ระบายความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าลงดิน ทำให้เกิดความปลอดภัย กับทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และผู้ปฎิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้เนื่องจากค่าความต้านทานดินของแท่งกราวด์ที่ต่ำทำให้กระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติไหลผ่านแท่งกราวด์ลงดินได้ดี ทำให้ไม่เกิดแรงดันไฟฟ้าที่แท่งกราวด์สูงจนเกินไป จนทำให้เกิดเป็นอันตรายได้ ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้แท่งกราวด์มีค่าความต้านทานดินที่ต่ำ ก็คือความชื้นในดินซึ่งเกิดจากน้ำนั่นเอง

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่มีน้ำขังในบ่อกราวด์กลับมีผลดีในแง่การนำกระแสไฟฟ้าลงดินได้ดี ซึ่งแท่งกราวด์ของ สตาบิล เป็นกราวด์แบบกราวด์ลึก (ลึกประมาณ 30 เมตร) โดยแท่งกราวด์จะทำจากแท่ง Stainless steel ทนต่อการกัดกร่อน จุดเชื่อมต่อเป็นแบบ Exothermic welding (หลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน) และทาทับด้วยสีกันสนิม อีกทั้งสายกราวด์เป็นสายทองแดง THW หุ้มฉนวน จึงทำให้คงทนต่อการกัดกร่อนโดยไม่มีปัญหาใดๆ ในการที่จะแช่อยูในน้ำเป็นเวลานาน   ซึ่งขณะการตรวจวัดค่า ความต้านทานดินของแท่งกราวด์จะต้องทำการวิดน้ำออกบ่อกราวด์ให้แห้งก่อน

 

 

Posted in faq

ฟ้าผ่า นทท.ระหว่างเตรียมเล่นเจ็ตสกี ที่เกาะลอย หาดแสนสุขลำปำ ไม่รู้สึกตัว 1 คน อีกรายบาดเจ็บ

 

เกิดเหตุฟ้าผ่านักท่องเที่ยวขณะเตรียมลงเล่นเจ็ตสกีในทะเลสาบ บริเวณเกาะลอย หาดแสนสุขลำปำ พัทลุง จำนวน 2 ราย

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ร.ต.อ.ภิญโญ ขาวเผือก ร้อยเวร สภ.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุงเข้าตรวจสอบเหตุ ภายหลังทราบว่ามีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจากเหตุฟ้าผ่า

ที่เกิดเหตุเป็นเกาะลอย บริเวณหาดแสนสุขลำปำ ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บคือ นายอำไพ ดำเรือง อายุ 55 ปี ชาว ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่รู้สึกตัว

นอกจากนั้นยังมี นายบุญเจริญ จริงจิต อายุ 71 ปี นักท่องเที่ยวจาก จ.ตรัง ได้รับบาดเจ็บ รู้สึกชาช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ยังรู้สึกตัวดี เจ้าหน้าที่นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพัทลุงอย่างเร่งด่วน

 

สอบถาม นายชาติ ท่ายเซ่ง อายุ 52 ปี ชาว ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมนายอำไพและนายไนท์ ลูกชายนายอำไพ นำเจ็ตสกีมาเล่นในทะเลสาบบริเวณเกาะลอย หาดแสนสุขลำปำ ซึ่งตนและเพื่อนๆ นำเจ็ตสกีลงน้ำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว 3 ลำ ระหว่างที่นายอำไพและลูกชายยืนเล่นอยู่ริมหาด ซึ่งมีต้นตาลและต้นสนประดิพัทธ์เรียงราย นอกจากนั้นยังมีนายบุญเจริญ จริงจิต พร้อมภรรยา นำรถกระบะมาจอดนั่งรับประทานอาหารที่ท้ายกระบะ ระหว่างที่ตนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าห้องน้ำ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร ได้ยินเสียงฟ้าผ่าพร้อมกับเห็นแสงไฟ เสียงดังสนั่น จึงวิ่งไปดูพบว่านายอำไพล้มลงไม่ได้สติ ลักษณะตัวดำไหม้ เข็มขัดขาดสะบั้น ส่วนนายบุญเจริญตกจากท้ายกระบะ นอนดิ้นไปดิ้นมา

ด้านนายสัญชัย ขวัญเสน เจ้าของร้านอาหารบนเกาะลอย เล่าว่า ทีมเจ็ตสกีจะมาเล่นกันทุกวันอาทิตย์ วันนี้ยังไม่ลงเล่นเนื่องจากมีฝนตกนิดหน่อย ระหว่างรอใต้ต้นตาลก็เกิดฟ้าผ่าลงมาถูกนายอำไพจนเสื้อและเข็มขัดขาด ลักษณะลำตัวดำไหม้ ก่อนเกิดเหตุมีฟ้าแลบและผ่ามาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3

เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบหลุมลึกประมาณ 5 ซม. จำนวน 2 หลุม ห่างกันประมาณ 3 เมตร ต้นสนประดิพัทธ์ถูกฟ้าผ่าถลอกเป็นทางยาว และหลังคารถกระบะของนายบุญเจริญฉีกขาด ได้รับความเสียหายอีกด้วย
CR : มติชนออนไลน์
แหล่ที่มา : https://www.matichon.co.th/region/news_3243491

ฟ้าผ่าวัวตายคาที่ ลุงวัย 64 สลบแต่รอดปาฏิหาริย์ ฟื้นขึ้นมาขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 

ฟ้าผ่าวัวตายคาที่ ลุงวัย 64 สลบนอนแน่นิ่ง แต่รอดตายปาฏิหาริย์ ฟื้นขึ้นมาขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (16 มี.ค.65) ผ่านมา ได้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ และมีเหตุสลดฟ้าผ่าวัวที่ชาวบ้านผูกเลี้ยงไว้กลางทุ่งนา บ้านระเบิก ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ ตาย 1 ตัว ซึ่งเป็นวัวเพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี นอนตายอยู่กลางทุ่งนา ในสภาพตัวแข็ง

จากการสอบถามทราบว่าวัวตัวดังกล่าวเป็นของนายดุสิต อายุ 38 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งนายดุสิต เจ้าของวัวปลอดภัย แต่นายจร อายุ 64 ปี ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวใกล้กันและไล่ต้อนวัวมาพร้อมกับนายดุสิต กลับถูกฟ้าผ่าพร้อมกับวัว จนหมวกแก๊ปที่นายจร สวมใส่กระเด็นหลุดออกจากศีรษะ ส่วนตัวนายจร ก็สลบไปพักหนึ่งก่อนจะฟื้นขึ้นมาในสภาพตื่นตกใจ แต่ไม่มีบาดแผลตามร่างกาย เมื่อนายจรฟื้นมาก็ได้ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ตนเองรอดตายจากการถูกฟ้าผ่าราวปาฏิหาริย์ ส่วนวัวของที่ถูกฟ้าผ่าตายเจ้าของก็ให้ชาวบ้านชำแหละขาย ก็มีชาวบ้านมาช่วยซื้อจะได้มีทุนไปซื้อวัวตัวใหม่มาเลี้ยง

จากการสอบถาม นายจร อายุ 64 ปี  ที่ถูกฟ้าผ่าพร้อมกับวัวแต่รอดตาย เล่าให้ฟังด้วยอาการที่ยังตื่นตกใจว่า ตนกับนายดุสิต จะนำวัวไปปล่อยเลี้ยงด้วยกันตามทุ่งนาและจะไล่ต้อนกลับเข้าคอกพร้อมกันประจำ โดยวันนี้ขณะที่ตนกับนายดุสิต ไล่ต้อนวัวเข้าคอก ก็มีลมกระโชกแรงและฟ้าคะนอง จู่ๆ ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาอย่างแรงจนทำให้วัวของนายดุสิต  ตายคาที่  ส่วนตนเองซึ่งอยู่ใกล้กับวัวตัวดังกล่าว ก็โดนไปด้วยจนหมวกที่ใส่อยู่กระเด็นหลุดออกจากศรีษะ และสลบไปพักหนึ่ง   พอรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา  ก็ร้อนตามตัววูบวาบเหมือนกับถูกไฟช็อต  ตอนนั้นคิดว่าตัวเองตายไปแล้วจึงใช้มือจับตัวเองดูจึงรู้ว่ายังไม่ตาย ก็รีบยกมือไหว้สิ่งศักดิ์ เพราะเชื่อเป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้รอดตายราวกับปาฏิหาริย์  ทั้งยังได้ยกมือไหว้ขอขมาตามความเชื่อด้วยว่า หากตนเองพูดหรือทำอะไรผิด หรือลบหลู่โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ขอโทษขออภัยด้วย

ด้าน นายอลงกรณ์ รัตนโคษา ผู้ใหญ่บ้านบ้านระเบิก บอกว่า เมื่อหลายปีที่แล้ว ก็เคยเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าช้างในหมู่บ้านตายมาแล้ว ก็น่าจะเป็นช่วงเดือนเดียวกันนี้ เพราะจะมีฝนฟ้าคะนอง กระทั่งครั้งนี้ก็มาเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าวัวตายอีก แต่เคราะห์ดีที่ตัวคุณลุงแค่สลบ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งก็ได้แจ้งเตือนชาวบ้านมาตลอดหากมีฝนฟ้าคะนองไม่ควรจะอยู่ใกล้ต้นไม้ หรือที่โล่งแจ้ง เพราะอาจจะโดนฟ้าผ่าได้รับอันตรายได้

CR : ข้าวฟ้าผ่า sanook.com

แหล่งที่มา : https://www.sanook.com/news/8533142/

 

 

 

 

ความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า ไฟกระโชก ไฟกระชาก เพื่อยืดอายุการใช้งานให้เครื่องใช้ไฟฟ้า

 

ความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า ไฟกระโชก ไฟกระชาก เพื่อยืดอายุการใช้งานให้เครื่องใช้ไฟฟ้า

 ฟ้าผ่า ไฟกระโชก ไฟกระชาก เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวแต่ไม่เล็กสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังเสียหาย ป้องกันได้อย่างไร ?

ขณะที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ใช้งานอยู่ เช่น ตู้เย็น ทีวี โทรทัศน์ เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องชงกาแฟ หากมีไฟกระโชก ไฟกระชากเกิดขึ้นมาจะส่งผลกระทบให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พัง เสียหายได้ เราสามารถหาวิธีป้องกันกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเรา ให้อยู่กับเราไปนานๆได้ จากผลกระทบของแรงดันไฟฟ้าที่ ไม่สม่ำเสมอ ,ไฟติดไฟดับ, ฟ้าผ่า, หม้อแปลงระเบิด เพื่อไม่ให้ส่งผลทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชำรุด

 

 

ไฟกระโชก ไฟกระชาก เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

สาเหตุของการเกิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ มีหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ไฟกระโชก ไฟกระชาก สาเหตุที่เราสามารถพบได้บ่อย ๆ คือ

ไฟเกิน (Over Voltage) คือ แรงดันไฟฟ้าที่มากกว่า 230V จะเกินแค่ระยะเวลา หนึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านค่อนข้างมากเพราะอาจจะทำให้อุปกรณ์ฯของเราได้รับความเสียหายได้

ไฟกระชาก ( Surge ) คือ แรงดันไฟฟ้าที่มาแบบขาด ๆ เกิน ๆ 230 V อาจจะมีกระแสไฟฟ้าเกินช่วงระยะเวลา สั้น ๆ ชั่วขณะ สาเหตุมาจาก ฟ้าผ่า, ระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียร, ไฟติดไฟดับ, หม้อแปลงระเบิด เป็นต้น ส่งผลให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านต่างๆ ที่ต่อใช้งานอยู่ในระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายอาจจะโดยทันทีหรือทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

 

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรับมือไฟกระโชก ไฟกระชากได้ดี

วิธีป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้รับผลกระทบจากไฟกระโชก ไฟกระชาก นั่นคือการป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดีและยังแถมยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเของเราให้อยู่กับเราไปนานๆ

จึงสรุปได้ว่า หลักการทำงานของ อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า ไฟกระโชก ไฟกระชาก เสมือนมี รปภ. คอยรักษาความปลอดภัยเพื่อไม่ให้โจรร้านบุกรุกทำลายทรัพย์สินบ้านของคุณนั่นเอง

 

สถิติโลกใหม่! “ฟ้าผ่า” ครั้งเดียวไกลเกือบ 770 กิโลเมตร

 

วันนี้( 1 ก.พ.65) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ของสหประชาชาติเผยว่า พบปรากฏการณ์สายฟ้าฟาด ที่สามารถวัดความยาวของฟ้าผ่าเพียงครั้งเดียว หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘เมกะแฟลช’ (megaflash) บนท้องฟ้าได้เป็นระยะทาง 768 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นสถิติโลกครั้งใหม่ ในพื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563

โดยพาดผ่านท้องฟ้าในรัฐมิสซิสซิปปี ลุยเซียนา และเทกซัส หรือเทียบเท่าระยะทางจากนครนิวยอร์ก ไปยังเมืองโคลัมบัสในรัฐโอไฮโอ หรือ ระหว่างกรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร กับเมืองฮัมบัวร์ก ทางตอนเหนือของเยอรมนี

ทั้งนี้ เมกะแฟลชในสหรัฐได้ทำลายสถิติโลกเดิม ที่เคยวัดได้ ที่เมืองเซาเปาลูของบราซิล เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2561 ประมาณ 60 กิโลเมตร

ขณะเดียวกัน WMO ยังประกาศสถิติโลกครั้งใหม่ ของการเกิดฟ้าผ่าเป็นเวลานานที่สุด เกิดขึ้นในเขตระหว่างอุรุกวัยกับภาคเหนือของอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2563 เป็นเวลานาน 17.1 วินาที ทำลายสถิติฟ้าผ่าเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2562 ในภูมิภาคทางเหนือของอาร์เจนตินา ซึ่งดับเบิลยูเอ็มโอวัดระยะเวลาได้ 16.73 วินาที

ปกติแล้วการเกิดเมฆฝน จะเกิดประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆ โดยจะเกิดเป็นประจุบวก(+) ประจุลบ(-) โดยประจุบวกจะลอยไปอยู่บนยอดเมฆ ส่วนประจุลบจะมาอยู่ตรงฐานของเมฆ เมื่อสะสมประจุไฟฟ้ามากๆ จะเกิดการถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าระหว่าง ประจุบวกกับลบ ทำให้เกิดเป็นฟ้าผ่า ถ้าถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าระหว่างยอดเมฆและฐานของเมฆ เมื่อเกิดฟ้าผ่าจะไม่มีอันตราย เพราะเกิดขึ้นในอากาศ แต่เราจะได้ยินเสียงดังมากๆ ในพื้นดินของเราไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ คน สัตว์ ตึกสูง บางครั้งจะกลายเป็นประจุบวก (+) นั่นคือ มีโอกาศที่จะมีการถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าจากประจุลบ (-) ที่ฐานของเมฆลงมาสู่พื้นดินได้ ทำให้ฟ้าผ่าลักษณะนี้อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน

ด้านนักวิจัยอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เห็นข่าวฟ้าผ่าบ่อยขึ้นในหลายประเทศ สาเหตุนี้เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น (Global Warming) ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขึ้น ของการเกิดฟ้าผ่าไปทั่วโลก

จากรายงานของนาซ่า (NASA) ได้เปิดเผยว่าอุณหภูมิโลกของเราได้สูงขึ้นจากปี 2010 ที่ 0.5 องศาเซลเซียส เป็น 1 องศาเซลเซียสในปี 2020

ทั้งนี้ ถ้าถามว่าโลกอุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส รุนแรงขนาดไหนนั้น ลองจินตนาการถึงตอนที่เราป่วย โดยอุณหภูมิปกติของเราจะอยู่ที่ 36-37 องศาเซลเซียส ถ้าเราอุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศา ก็ถือว่าเราป่วยแล้ว โลกเราก็เช่นกัน นั่นเป็นสาเหตุที่ต้องมีข้อตกลงปารีสที่มีเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ทำข้อตกลงกันเพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกของเราสูงเกิน 2 องศาเซลเซียส หรือถ้าเป็นไปได้จะทำให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ดังนั้นปัญหาภาวะโลกร้อน จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดฟ้าฝ่าบ่อยขึ้นเวลาที่ฝนตก

CR : TNN ช่อง 16 ข่าวค่ำ

แหล่งที่มา : https://news.trueid.net/detail/WzAK43Dw1lWx